พันธุ์ทุเรียนไทย 4 พันธุ์ที่เป็นที่นิยม

ด้วยเปลือกที่หนาและเต็มไปด้วยหนามทำให้มันยากมากในการแกะ จนถึงขั้นที่ว่า มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ควรจะทานจริงๆหรือ แต่ก็มีหลายต่อหลายคนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อจะทานมัน เปรียบเทียบความอร่อยได้กับ บัตเตอร์สกอตช์ เฮเซลนัท หรือช๊อคโกแลต ผู้ที่ไม่ชอบนั้นจะให้เหตุผลว่ากลิ่นของมันแย่ยิ่งกว่าบลูชีส หรือเอาไปเทียบกับถุงเท้าใช้แล้วด้วยซ้ำ ถึงอย่างไรก็ตาม ทุเรียนมันก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ดี ซึ่งค่าความนิยมของมันพุ่งขึ้นสูงเมื่อผู้ทำธุรกิจหลายรายได้พยายามสรรหาวิธีต่างๆให้ผู้คนได้ลิ้มลองมัน

 

ทุเรียน มาจากภาษามลายู ซึ่งแปลว่า “หนาม” เป็นผลไม้ที่หาได้ในแถบเอีชยตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ประเทศมาเลเซีล อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศไทย แต่ละที่ก็มีวิธีการรับประทานมันในรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่ในสยามเมืองยิ้มนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการนั่งล้อมวงโต๊ะอาหารและแบ่งทุเรียนกันทานในหมู่เพื่อนอย่างสนุกสนาน เหมือนกับที่ชาวยุโรปจะมีไวน์บอร์โดซ์ชั้นดีนั่นเอง 

 

ในปัจจุบันนี้ได้มีการจดทะเบียนสายพันธุ์ของทุเรียนไว้ถึง 234 สายพันธุ์ ประมาณ 60-80 สายพันธุ์นั้นเป็นสายพันธุ์ที่มีการทำสวนและซื้อขายกันอย่างแพร่หลาย ไม่แปลกใจเลยที่ประเทศไทยจะเป็นผู้ส่งออก “ผลเครมบูเล่” ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทุเรียนนั้นแบ่งออกได้เป็น3กลุ่มหลักๆ โดยใช้จำนวนวันในการเก็บเกี่ยวเป็นเกณฑ์: 

 

• แบบไว (103-105วัน): ชะนี กระดุมทอง ลวง

• แบบปานกลาง (127-130วัน): หมอนทอง ก้านยาว กบ

• แบบช้า (140-150วัน): กำปั่น อีนาก ทองย้อย 

 

โดยทุเรียนส่วนใหญ่ที่เก็บเกี่ยวในไทยนั้น ประกอบไปด้วยหมอนทอง41% ชะนี33% ก้านยาว5% กระดุมทอง2% และที่เหลือเป็นสายพันธ์อื่นๆ

 

พันธ์หลักทั้ง4

 

มันคงจะใช้เวลานานเกินไปที่จะลองทานทุเรียนทั้งหมด234สายพันธุ์ เพราะฉะนั้น สำหรับผู้ที่อยากจะทดลองเป็นครั้งแรก เราขอแนะนำ4สายพันธ์หลักๆเหล่านี้

 

หมอนทอง แปลตรงตัวว่า “หมอนสีทอง” แต่มันคงไม่ใช่หมอนที่คุณอยากนำมาหนุนหัวเสียเท่าไหร่ มันเป็นพันธ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในประเทศไทย สังเกตได้จากหนามรูปสามเหลี่ยมและเนื้อสีเหลืองซีด และมีรสชาติหวานมากที่สุดในสายพันธุ์หลักทั้งหมด

 

ก้านยาว หรือ “กิ่งยาว” นั้นจะมีรูปร่างที่ค่อนข้างกลมมากกว่า และมีหนามที่เล็กกว่า มีต้นกำเนิดมาจากนนทบุรีซึ่งเต็มไปด้วยที่ลุ่มต่ำใกล้แม่น้ำ มันเป็นนิยมจากรสชาติที่กลมกล่อมลงตัวระหว่างความหวานและความมัน และเป็นพันธุ์ที่แพงที่สุดอีกด้วย ลือกันว่ามีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่นำทุเรียนชนิดนี้ไปมอบให้กับอีกฝ่ายเวลาเจรจาเพื่อทำให้อีกฝ่ายใจอ่อนมากขึ้น

 

พันธุ์ต่อมา ซึ่งก็คือชะนีนั้น มีลักษณะกลมมนมากขึ้น ชื่อของมันแปลได้ว่า “ชะนี” เป็นพันธุ์ที่มีเนื้อสีเหลืองทอง ถึงแม้จะมีเนื้อไม่แน่นเท่าหมอนทอง แต่มันละมุนและเข้มข้นมากกว่า ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันไว้ว่าวิธีเลือกพูที่ดีที่สุด คือให้เลือกพูที่ดูเหมือนปากยิ้ม

 

ถ้าคุณรู้ความหมายของชื่อ กระดุมทองแล้ว มันคงไม่ยากที่จะเดาว่าขนาดของมันนั้นเล็กกว่าพันธุ์อื่นๆ ตามชื่อ “กระดุมทอง” โดยจะมีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ1กิโลกรัมเท่านั้น มันเป็นพันธุ์ที่ทานง่าย เพราะมีขนาดพูที่กำลังพอดี 

 

ที่มา: http://durianinfo.blogspot.com/p/blog-page_18.html

 

https://guide.michelin.com/th/en/bangkok/features/thai-durian-guide-how-to-choose-where-to-buy-and-more-TH/news 

03-specksdurian_com_RIKUMATSUO

 

พันธุ์ทุเรียนไทย 4 พันธุ์ที่เป็นที่นิยม

ที่อยู่

บริษัท สเป็คส์ ไทย กรุ๊ป จำกัด​

355 หมู่11 ตำบล นาขา

อำเภอ หลังสวน จังหวัด ชุมพร 86110

ติดต่อเรา

เบอร์โทรศัพท์

: 087 279 2263​

: 095 020 9449

: 098-671-6245
: 083 070 9319
: 090 459 1916

อีเมลล์ : specksdurian@gmail.com

ติดตามเรา

 ทุเรียน แช่แข็ง (SpecksDurian) 

specksdurian

SpecksDurian

Copyright © 2019 www.specksdurian.com All Rights Reserved.​​